ห้องสอบเสมือนจริง
หน้าแรก ห้องสอบเข้าม.1 ห้องสอบเข้าม.4 ห้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยผู้ทำเว็บ
เกมส์ท่องศัทพ์ สมุดจดศัพท์ออนไลน์ ฝึกสมอง



ผมจบปริญญาโทจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ คณะสถิติประยุกต์ (Computer Science) ปีพ.ศ.2529 ก่อนหน้านั้นผมเริ่มเป็นติวเตอร์กวดวิชาคณิตศาสตร์แล้ว ตั้งแต่เรียนปริญญาตรีปีสุดท้ายที่จุฬาฯ คณะเศรษฐศาสตร์ (Quantitative Economics) เมื่อปีพ.ศ.2526 จากประสบการณ์มากกว่า 30 ปีที่ผมเป็นติวเตอร์กวดวิชาคณิตศาสตร์ให้นักเรียนที่เตรียมตัวสอบเข้าเรียนต่อชั้นม.1, ม.4 และเข้ามหาวิทยาลัย ผมพบว่า ปัจจัยที่ทำให้นักเรียนไม่ประสบความสำเร็จในการสอบคณิตศาสตร์ มี 2 ประการคือ

1) นักเรียนคิดว่าตัวเองพร้อมแล้วสำหรับการสอบเพราะเข้าใจเนื้อหาและจำสูตรได้
การเข้าใจเนื้อหาและจำสูตรได้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทาง หมายถึงนักเรียนเพิ่งพร้อมที่จะออกเดินทาง ไม่มีหลักประกันว่าจะไปถึงจุดหมายปลายทางได้ เพราะยังไม่รู้ว่าตลอดเส้นทางจะพบกับอะไรบ้าง สามารถเอาตัวรอดในแต่ละสถานการณ์ได้หรือไม่ การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ไม่ใช่แค่เข้าใจและจำได้ เพราะข้อสอบไม่ได้ถามตรงตามตัวอักษรในหนังสือ การเข้าใจเนื้อหาทุกบทในหนังสือและจำสูตรได้จึงไม่ใช่หลักประกันว่าจะทำคะแนนสอบได้ดี เพราะโจทย์ข้อสอบทุกข้อถูกเขียนขึ้นใหม่ เพื่อวัตถุประสงค์ในการทดสอบความเข้าใจและวิธีการคิด หลังจากอ่านโจทย์แล้วนักเรียนไม่สามารถตอบได้ทันที ต้องคิดวิเคราะห์และคำนวณก่อน สูตรต่างๆ เป็นเพียงเครื่องมือหรือเครื่องทุ่นแรงในการทำงาน ถ้าไม่เข้าใจว่าในแต่ละสถานการณ์ควรใช้เครื่องมือตัวไหน เครื่องมือเหล่านั้นก็ไม่มีประโยชน์ การคิดวิเคราะห์และคำนวณเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาฝึก ถ้าหวังผลอย่างจริงจังต้องใช้เวลาฝึกมากกว่าเวลาที่ใช้ในการทำความเข้าใจเนื้อหาและจำสูตร วิธีพัฒนาทักษะส่วนนี้คือฝึกทำข้อสอบมาก ๆ

2) นักเรียนฝึกทำข้อสอบไม่จำกัดเวลา
นักเรียนส่วนใหญ่ฝึกทำข้อสอบแบบสบาย ๆ ทำ 1 ข้อแล้วพักทานขนม กลับมาทำอีก 1 ข้อแล้วไปเล่นเกม เล่นเกมเสร็จมาทำต่ออีก 1 ข้อ ถึงเวลาละครโทรทัศน์ออกอากาศแล้ว ขอไปดูละครก่อน จบละครมาทำอีก 1 ข้อ ง่วงนอนแล้วขอไปนอน ที่เหลือเก็บไว้ทำต่อพรุ่งนี้

การฝึกแบบนี้ดีกว่าไม่ฝึก แต่เมื่อลงสนามสอบนักเรียนจะทำคะแนนได้ไม่ดีเท่าที่ควร

นักเรียนหลายคนเรียนเข้าใจ ทำคะแนนสอบที่โรงเรียนได้ดี ฝึกทำข้อสอบสม่ำเสมอ สามารถทำโจย์ข้อสอบข้อยากๆ ได้ แต่เมื่อลงสนามสอบแข่งขันกลับทำคะแนนได้ไม่ดี สาเหตุเป็นเพราะเกิดแรงกดดันเรื่องเวลา

ในชีวิตจริงไม่มีสนามสอบไหนที่ไม่จำกัดเวลา แต่นักเรียนฝึกทำโจทย์แบบไม่จำกัดเวลา สามารถทำข้อสอบยากได้แต่ใช้เวลาข้อละ 30 นาที ในสนามสอบจำกัดเวลาเพียงข้อละ 3 นาที ข้อสอบส่วนใหญ่เป็นแบบปรนัย คือมีคำตอบให้เลือก ไม่มีคะแนนวิธีทำ มีแต่คะแนนคำตอบ ต่างจากข้อสอบของโรงเรียนซึ่งคำตอบผิดแต่วิธีทำถูกจะได้คะแนนบางส่วน การสอบแข่งขันจึงไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างนักเรียนที่ไม่ได้เตรียมตัวสอบเลย (ทำไม่ได้) กับนักเรียนที่เตรียมตัวสอบแล้วแต่ทำไม่ทัน หรือทำถูกวิธีแต่คำนวณเลขผิด นักเรียนเหล่านี้ถูกเหมารวมอยู่ในกลุ่มเดียวกันหมดคือกลุ่มที่ตอบผิด หรือไม่ได้ตอบ


ห้องสอบเสมือนจริง คือการจำลองสถานการณ์ในห้องสอบ ให้นักเรียนได้ฝึกทำข้อสอบในบรรยากาศของการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าโรงเรียน/มหาวิทยาลัย นักเรียนจะได้ฝึกปรับตัวให้คุ้นเคยกับการทำข้อสอบภายใต้แรงกดดันเรื่องเวลา

ข้อสอบที่นำมาให้ฝึกทำในห้องสอบเสมือนจริงจัดเป็นชุด ชุดละ 20 ข้อ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ในสนามสอบจริงของแต่ละสนามกำหนดเวลาไว้ต่างกัน บางแห่งกำหนดเวลา 1 ชั่วโมง บางแห่งกำหนดเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที และบางแห่งกำหนดเวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งจำนวนข้อสอบจะมากขึ้นตามเวลาที่กำหนดให้สอบ สิ่งที่เหมือนกันทุกสนามคือกำหนดเวลาเฉลี่ยให้ทำข้อละ 3 นาที วัตถุประสงค์ในการฝึกในห้องสอบเสมือนจริงคือพยายามทำเวลาเฉลี่ยให้ได้ข้อละ 3 นาที โดยจับเวลาครั้งละ 1 ชั่วโมงต่อข้อสอบ 1 ชุด หากต้องการทำข้อสอบต่อเนื่องกันหลายชุด ควรมีเวลาพักระหว่างข้อสอบแต่ละชุด เพราะการทำต่อเนื่องจะเกิดความล้าและเครียดทำให้การทำข้อสอบชุดถัดไปได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร

หลังจากทำข้อสอบแต่ละชุดแล้ว ควรตรวจดูข้อบกพร่องของตัวเองก่อนเริ่มทำชุดถัดไป โดยเฉพาะข้อที่ทำไม่ได้ หรือทำผิด ให้ทบทวนเนื้อหาส่วนนั้นใหม่ หรือศึกษาเทคนิคจากเฉลย ซึ่งอธิบายวิธีทำไว้อย่างละเอียด โดยเฉพาะในวิดีโอคลิปจะอธิบายวิธีคิดวิเคราะห์และข้อสังเกตบางอย่างที่เป็นประโยชน์

ในท้องตลาดมีหนังสือรวบรวมข้อสอบหลายเล่ม ซึ่งนักเรียนสามารถนำมาฝึกทำได้ แต่ปัญหาคือบางครั้งนักเรียนดูเฉลยในหนังสือแล้วไม่เข้าใจ เพราะการเขียนเป็นตัวหนังสือมีข้อจำกัดในการอธิบาย โดยเฉพาะเรื่องที่ยากและซับซ้อน การเฉลยในห้องสอบเสมือนจริงจึงเน้นเป็นวิดีโอคลิปสำหรับข้อที่คำนวณซับซ้อน เพราะสามารถใส่คำธิบายได้ทั้งภาพและเสียง ผมพยายามเลี่ยงการใช้ศัพท์วิชการ เพราะการใช้ศัพท์เหล่านั้นบางครั้งทำให้เข้าใจยาก การอธิบายในวิดีโอคลิปจะใช้คำพูดง่าย ๆ เหมือนคุยกับเพื่อนเพื่อให้นักเรียนเข้าใจและรู้สึกเป็นกันเอง

ในชีวิตจริง นักเรียนมีโอกาสลงสนามสอบเพียงครั้งเดียว แต่ห้องสอบแห่งนี้เปิดโอกาสให้พวกเขาสอบแก้ตัวได้หลายครั้ง เมื่อสอบครั้งแรก จะรู้จุดบกพร่องที่ต้องแก้ไข หลังจากแก้ไขแล้ว กลับมาทำข้อสอบชุดใหม่ เพื่อหาว่ายังมีข้อพบพร่องอีกหรือไม่ นักเรียนจะฝึกซ้ำจนเหลือข้อบกพร่องน้อยที่สุดก่อนลงสนามสอบจริง

ห้องสอบแห่งนี้เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาฝึก แต่ใครจะประสบความสำเร็จขึ้นกับความทุ่มเทของแต่ละคน ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่โชคชะตา แต่อยู่ที่ความมุ่งมั่นของเราเอง

สมพงษ์ ฐิตะสมบูรณ์
โทร. 0869986810
sompong_thitasomboon@yahoo.com


จำนวนผู้ชม 9,692 จำนวนผู้ลงคะแนน 90 คะแนนเฉลี่ย 5



ทดสอบศัพท์ 3,000 คำ ตั้งแต่ ป.1-ม.6 ผ่านการเล่นเกมส์

การใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน จำเป็นต้องใช้ศัพท์ประมาณ 3,000 คำ ถ้านักเรียนต้องการใช้ภาษาอังกฤษสำหรับสื่อสารเรื่องทั่วไปได้อย่างไม่ติดขัด นักเรียนต้องจำศัพท์ที่ใช้บ่อย ๆ ให้ได้ 3,000 คำ

ศัพท์ 3,000 คำถูกคัดเลือกจากหนังสือเรียนและข้อสอบในสนามสอบต่าง ๆ ตั้งแต่ ป.1 - ม.6 เพื่อนำมาทดสอบว่านักเรียน รู้จักคำศัพท์เหล่านี้มากน้อยเพียงใด การทดสอบทำผ่านการเล่นเกม

...คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด...

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย Copyright (C) 2011-2017 All rights reserved.